ในที่สุดผมก็ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
สายระโยงระยางเต็มร่างกายบ่งบอกให้ผมรู้ว่าผมอยู่ในโรงพยาบาล ผมนอนอยู่ในห้องนี้มานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ผมรู้สึกแปลกมาก ความรู้สึกราวกับร่างกายนี้ไม่ใช่ร่างกายของตัวเอง...
แต่ร่างกายนี้มันก็ไม่ใช่ของผมจริงๆ นั่นแหละ แค่เราตัดผม หรือมีแผลอะไรเพิ่มขึ้นมา เรายังรู้สึกว่ามีอะไรเกินมาหรือขาดหายไป การใช้ร่างกายที่ไม่ใช่ของตัวเองก็คงต้องรู้สึกแปลกๆ อย่างนี้ซักพักแหละมั๊ง เดี๋ยวก็คงชิน ยังไงซะก็ดีกว่าใช้ร่างกายที่พร้อมจะตายได้ทุกเมื่อก็แล้วกัน
สักพักหมอและพยาบาลก็รู้ว่าผมฟื้นแล้ว นอกจากหมอจะดูอาการของผมแล้ว หมอยังถามคำถามทั่วๆ ไปผมอีกนานเหมือนกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานครั้งนี้ไม่มีความผิดพลาด
สิ่งที่หมอเพิ่งทำกับผมไปคือการทำไมนด์ อัพโหลดดิง (Mind Uploading) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยบันทึกข้อมูลของมนุษย์จากสมองออกมา แล้วย้ายไปบรรจุไว้ในสมองอื่นได้ ทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ใกล้เคียงคำว่าอมตะเข้าไปอีกระดับหนึ่ง (ตราบเท่าที่ยังมีเงินจ่ายค่าบริการนี่ล่ะนะ)
จริงๆ แล้วไอ้การทำไมนด์ อัพโหลดดิงนี่ก็น่ากลัวใช่เล่นเหมือนกัน เพราะตอนที่ผมจะย้ายข้อมูลในสมองมาไว้ในร่างใหม่นี่ ผมต้องหลับไปซะก่อน ระหว่างนั้นผมจะทำอะไรไม่ได้เลย ต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจหมอและพยาบาลที่นี่เท่านั้น แล้วผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าข้อมูลผมจะถูกย้ายมาใส่ในร่างใหม่จริงๆ หรือข้อมูลผมจะถูกย้ายออกและโยนทิ้งไปเลยเพราะหมอแอบรับเงินจากใครซักคนที่ไม่อยากให้ผมมีตัวตนต่อไปอีก
แต่เอาเถอะน่า ตอนนี้ผมก็มีชีวิตแล้วนี่ คงไม่มีปัญหาแล้วล่ะ คิดมากไปแล้ว คนเลือดกรุ๊ปเอก็คิดมากอย่างนี้แหละ เอ๊ะ ว่าแต่ ร่างนี้เลือดกรุ๊ปอะไร
ผมได้คำตอบว่าร่างใหม่นี้มีเลือดกรุ๊ปบี นั่นทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ ในเมื่อคนเราเปลี่ยนร่างกันได้ แล้วตัวตนของเราเป็นอะไรก้นแน่ ไม่ใช่รูปร่างหน้าตาแน่ๆ
เราเชื่อกันว่านิสัยของคนเราขึ้นกับกรุ๊ปเลือดด้วยส่วนนึง แต่ตอนนี้กรุ๊ปเลือดของผมเปลี่ยนไปแล้ว นิสัยของผมจะเปลี่ยนไปตามกรุ๊ปเลือดของร่างที่ผมอยู่หรือเปล่า บางคนก็คิดว่าอารมณ์และความคิดของคนเราขึ้นอยู่กับหน่วยพันธุกรรมด้วย ร่างใหม่นี่มีหน่วยพันธุกรรมไม่เหมือนร่างเดิมแน่ๆ
ที่ผมคิดอยู่นี่ยังเป็นอารมณ์ เป็นความคิด เป็นนิสัยของผมจริงๆ หรือเปล่า หรือตัวตนของผมหายไปตั้งแต่ผมเปลี่ยนร่างแล้ว
ก่อนที่จะคิดอะไรมากไปกว่านี้ ผมได้ยินหมอบอกให้ผมอยู่ที่โรงพยาบาลอีกซักระยะเพื่อปรับตัวให้ชินกับร่างใหม่นี่ก่อน และอีกสองสามวันจะมีพนักงานจากอำเภอมาทำบัตรประชาชนให้ผมใหม่ บัตรประชาชนในโลกที่ผู้คนย้ายร่างกายกันได้นี่หน้าตาจะเป็นยังไงนะ
ห้าวันหลังจากวันฟื้น
ผมกำลังเดินกึ่งวิ่งอยู่ในทางเดินของโรงพยาบาล ร่างใหม่นี่เป็นร่างที่ยอดเยี่ยมจริงๆ แล้วหน้าตาก็ดีเสียด้วย ผมคงจีบสาวได้ง่ายขึ้นเยอะเลย ผมแทบจะทนรอคอยวันที่ออกไปใช้ร่างใหม่นี่ไม่ไหวแล้ว มันต้องสุดยอดแน่ๆ
ความคิดทั้งหมดหยุดชะงักลงเมื่อผมพบว่าทางเดินที่ผมเดินอยู่มีอะไรแปลกไป พยาบาลสาวคนที่ผมเพิ่งเดินสวนมาเหมือนจะยืนอยู่กับที่มาสักพักนึงแล้ว ทั้งๆ ที่คนอื่นยังเดินอยู่ตามปกติ
ผมหันหลังกลับไปมองเห็นน้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม
หนึ่งสัปดาห์หลังจากวันฟื้น
ผมกำลังจะออกจากโรงพยาบาล ผมกำลังจะได้ใช้ร่างใหม่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว แต่ผมกลับรู้สึกไม่เป็นสุขเอาซะเลย หลังจากผมรู้เรื่องจากพยาบาลสาวคนนั้น
เธอบอกผมว่า ร่างกายใหม่ของผมนั้นคือร่างของแฟนของเธอเอง หนึ่งเดือนก่อนกิจการของเขาล้มละลาย ทำให้ครอบครัวสูญเสียรายได้หลัก แถมยังมีหนี้สินล้นพ้นเกินกว่าจะใช้หมด และยังมีลูกที่ต้องดูแล แฟนของเธอจึงตัดสินใจขายร่างกายของตัวเองไป ค่าตัวของเขามากพอที่จะใช้หนี้ทั้งหมดและเลี้ยงครอบครัวไปได้อีกพักใหญ่ๆ แต่แน่นอนว่าข้อมูลในสมองของเขาต้องถูกล้างออกทั้งหมดเพื่อให้ผู้ใช้บริการไมนด์ อัพโหลดดิงนำข้อมูลของเขาเข้ามาใส่แทน... ซึ่งคนนั้นก็คือผมเอง
หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาผมคิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย แต่ผมลืมไปว่ายังไม่มีใครสร้างร่างกายมนุษย์ใหม่ที่สมบูรณ์พร้อมใช้งานได้ เพราะร่างกายมนุษย์จะใช้งานได้สมบูรณ์นั้นต้องผ่านการใช้งาน เพื่อฝึกให้กล้ามเนื้อในร่างกายอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ดังนั้นร่างกายที่มีให้ใช้บริการนี้ ก็ต้องเป็นร่างที่เคยมีเจ้าของมาก่อนแล้ว
ผมพบว่ายิ่งมีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้น นวัตกรรมที่ผู้คนที่คิดค้นเรียกมันว่านวัตกรรมแห่งมวลมนุษยชาตินั้น จริงๆ แล้วมันเป็นเพียงนวัตกรรมของคนกลุ่มนึงเท่านั้น เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มช่องว่างของตัวเองให้ห่างออกจากคนอื่นไปอีกขั้นเท่านั้น
ถึงตอนนี้ผมคงทำอะไรเพื่อชดใช้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้แล้ว สิ่งเดียวที่ผมยังทำได้คือทำตามคำขอสุดท้ายที่พยาบาลสาวคนนั้นขอไว้กับผม... ใช้ร่างกายของเขาให้คุ้มค่าที่สุด
ปล.
ประเด็นเรื่องไมนด์ อัพโหลดดิง นี่มีจริงๆ นะ เรื่องนี้ได้ไอเดียมาจาก goooople ตอนพรีเซนต์เรื่องนี้ในคาบสัมมนา มีประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ให้เขียนเรื่องได้เยอะเหมือนกัน แต่สังเกตดีๆ เรื่องนี้ไม่มีบทพูดเลยครับ เพราะว่าอารมณ์คนเขียนมันไม่ไปตามตัวละคร โดยเฉพาะตรงฉากพยาบาลร้องไห้ จริงๆ อยากเขียนให้สองคนนั่นคุยกันมากกว่า แต่ว่าผมไม่รู้จะเขียนบทพูดตอนคนเสียใจยังไงดี เลยข้ามซะเลย 555
ถ้าสนใจรายละเอียดเพิ่มเรื่องไมนด์ อัพโหลดดิงนี่ก็ลองค้นจากกูเกิลเพิ่มดูนะครับ เพราะผมมั่นใจว่าในเรื่องนี้มีที่ผิดแน่ๆ :P
ยังไงก็ขอคำแนะนำด้วยนะคร้าบ