พนักงานใหม่

posted on 12 Nov 2009 00:13 by champjss  in story

คนึงนิจเดินเข้าสู่สำนักงานด้วยรอยยิ้มอันภาคภูมิใจ นี่คือวันแรกที่เธอจะได้ทำงานจากความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์ที่เธอร่ำเรียนมากว่าสี่ปีเต็ม นี่คือวันแรกที่เธอจะมีรายได้เป็นของตัวเอง ยิ่งเธอนึกถึงตัวเองนั่งทำหน้าที่นั้นยิ่งทำให้รอยยิ้มเธอกว้างขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้เธอจะรู้ดีว่าวันนี้เธอจะยังไม่ได้ทำหน้าที่นั้นก็ตาม

เธอนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องประชุมเล็กๆ ห้องหนึ่ง มีเพื่อนพนักงานใหม่อีกหลายคนนั่งอยู่แล้ว สักพักก็มีใครอีกคนที่ไม่ใช่พนักงานใหม่เข้ามานั่งที่หัวโต๊ะประชุม

"สวัสดีครับ ยินดีด้วยที่ได้มาทำงานร่วมกันนะครับ ผมสมหมายนะครับ เป็นหัวหน้าแผนกลูกค้าสัมพันธ์ของที่นี่"

"น้องๆ จบมาใหม่ๆ อาจจะประหม่าเวลาต้องตอบคำถามลูกค้า ดังนั้นอาทิตย์แรกน้องๆ ยังไม่ต้องทำงานจริง เดี๋ยวพี่ๆ จะฝึกน้องก่อน ให้น้องตอบคำถามได้อย่างมั่นใจแล้วก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้นะครับ เอาล่ะ ช่วยแจกเอกสารนี่หน่อย" สมหมายยื่นเอกสารให้พนักงานใหม่ที่นั่งใกล้ที่สุดส่งเอกสารวนไปรอบๆ โต๊ะ

ระหว่างนั้นสมหมายก็อธิบายต่อ "เอาล่ะครับ อย่างแรกน้องๆ จะต้องฝึกพูดประโยคที่น้องต้องใช้บ่อยๆ ก่อนนะครับ เดี๋ยวดูข้อความในกระดาษที่พี่แจกไปนะครับ แล้วก็พูดซ้ำประโยคละร้อยรอบนะครับ"

ใครสักคนในห้องประชุมถาม "ร้อยรอบเลยเหรอคะ"

"ครับ คือประโยคพวกนี้น้องๆ อาจจะไม่เคยพูดมาก่อนนะครับ เลยต้องฝึกพูดให้คล่องครับ จะได้ไม่รู้สึกแปลกๆ เวลาตอบคำถามกับลูกค้าจริงนะครับ"

คนึงนิจรับเอกสารจากเพื่อนร่วมงานข้างๆ แล้วรอยยิ้มที่เธอสะสมมาตั้งแต่เช้าก็ค่อยๆ จางหายไป

"เอ้า ได้เอกสารหมดแล้วนะครับ งั้นเริ่มประโยคแรกเลย เอ้า หนึ่ง สอง สาม"

"ขอโทษค่ะ เป็นความผิดพลาดของระบบ"
"ขอโทษค่ะ เป็นความผิดพลาดของระบบ"
"ขอโทษค่ะ เป็นความผิดพลาดของระบบ"
"ขอโทษค่ะ เป็นความผิดพลาดของระบบ"
"ขอโทษค่ะ เป็นความผิดพลาดของระบบ"
"ขอโทษค่ะ เป็นความผิดพลาดของระบบ"
"ขอโทษค่ะ เป็นความผิดพลาดของระบบ"
"ขอโทษค่ะ เป็นความผิดพลาดของระบบ"
"ขอโทษค่ะ เป็นความผิดพลาดของระบบ"
"ขอโทษค่ะ เป็นความผิดพลาดของระบบ"
"..."

ปล. เห็นหลายคนหวังว่าผมจะเขียนแนวเดียวกับเอนทรีที่แล้วต่อ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะเขียนเรื่องยาวแต่แรก เลยไม่ได้วางโครงเรื่องเผื่อไว้เลยครับ ว่าง่ายๆ มุกหมดครับ (แต่พยายามหาใหม่อยู่) ก็อ่านเรื่องแนวอื่นไปก่อนแล้วกันนะครับ ไม่งั้นคงได้อัพสามทีครั้งแน่ๆ คร้าบ - -"

สลับร่าง

posted on 10 Oct 2009 00:40 by champjss  in story

ในที่สุดผมก็ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

สายระโยงระยางเต็มร่างกายบ่งบอกให้ผมรู้ว่าผมอยู่ในโรงพยาบาล ผมนอนอยู่ในห้องนี้มานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ผมรู้สึกแปลกมาก ความรู้สึกราวกับร่างกายนี้ไม่ใช่ร่างกายของตัวเอง...

แต่ร่างกายนี้มันก็ไม่ใช่ของผมจริงๆ นั่นแหละ แค่เราตัดผม หรือมีแผลอะไรเพิ่มขึ้นมา เรายังรู้สึกว่ามีอะไรเกินมาหรือขาดหายไป การใช้ร่างกายที่ไม่ใช่ของตัวเองก็คงต้องรู้สึกแปลกๆ อย่างนี้ซักพักแหละมั๊ง เดี๋ยวก็คงชิน ยังไงซะก็ดีกว่าใช้ร่างกายที่พร้อมจะตายได้ทุกเมื่อก็แล้วกัน

สักพักหมอและพยาบาลก็รู้ว่าผมฟื้นแล้ว นอกจากหมอจะดูอาการของผมแล้ว หมอยังถามคำถามทั่วๆ ไปผมอีกนานเหมือนกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานครั้งนี้ไม่มีความผิดพลาด

สิ่งที่หมอเพิ่งทำกับผมไปคือการทำไมนด์ อัพโหลดดิง (Mind Uploading) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยบันทึกข้อมูลของมนุษย์จากสมองออกมา แล้วย้ายไปบรรจุไว้ในสมองอื่นได้ ทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ใกล้เคียงคำว่าอมตะเข้าไปอีกระดับหนึ่ง (ตราบเท่าที่ยังมีเงินจ่ายค่าบริการนี่ล่ะนะ)

จริงๆ แล้วไอ้การทำไมนด์ อัพโหลดดิงนี่ก็น่ากลัวใช่เล่นเหมือนกัน เพราะตอนที่ผมจะย้ายข้อมูลในสมองมาไว้ในร่างใหม่นี่ ผมต้องหลับไปซะก่อน ระหว่างนั้นผมจะทำอะไรไม่ได้เลย ต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจหมอและพยาบาลที่นี่เท่านั้น แล้วผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าข้อมูลผมจะถูกย้ายมาใส่ในร่างใหม่จริงๆ หรือข้อมูลผมจะถูกย้ายออกและโยนทิ้งไปเลยเพราะหมอแอบรับเงินจากใครซักคนที่ไม่อยากให้ผมมีตัวตนต่อไปอีก

แต่เอาเถอะน่า ตอนนี้ผมก็มีชีวิตแล้วนี่ คงไม่มีปัญหาแล้วล่ะ คิดมากไปแล้ว คนเลือดกรุ๊ปเอก็คิดมากอย่างนี้แหละ เอ๊ะ ว่าแต่ ร่างนี้เลือดกรุ๊ปอะไร

ผมได้คำตอบว่าร่างใหม่นี้มีเลือดกรุ๊ปบี นั่นทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ ในเมื่อคนเราเปลี่ยนร่างกันได้ แล้วตัวตนของเราเป็นอะไรก้นแน่ ไม่ใช่รูปร่างหน้าตาแน่ๆ

เราเชื่อกันว่านิสัยของคนเราขึ้นกับกรุ๊ปเลือดด้วยส่วนนึง แต่ตอนนี้กรุ๊ปเลือดของผมเปลี่ยนไปแล้ว นิสัยของผมจะเปลี่ยนไปตามกรุ๊ปเลือดของร่างที่ผมอยู่หรือเปล่า บางคนก็คิดว่าอารมณ์และความคิดของคนเราขึ้นอยู่กับหน่วยพันธุกรรมด้วย ร่างใหม่นี่มีหน่วยพันธุกรรมไม่เหมือนร่างเดิมแน่ๆ

ที่ผมคิดอยู่นี่ยังเป็นอารมณ์ เป็นความคิด เป็นนิสัยของผมจริงๆ หรือเปล่า หรือตัวตนของผมหายไปตั้งแต่ผมเปลี่ยนร่างแล้ว

ก่อนที่จะคิดอะไรมากไปกว่านี้ ผมได้ยินหมอบอกให้ผมอยู่ที่โรงพยาบาลอีกซักระยะเพื่อปรับตัวให้ชินกับร่างใหม่นี่ก่อน และอีกสองสามวันจะมีพนักงานจากอำเภอมาทำบัตรประชาชนให้ผมใหม่ บัตรประชาชนในโลกที่ผู้คนย้ายร่างกายกันได้นี่หน้าตาจะเป็นยังไงนะ

ห้าวันหลังจากวันฟื้น

ผมกำลังเดินกึ่งวิ่งอยู่ในทางเดินของโรงพยาบาล ร่างใหม่นี่เป็นร่างที่ยอดเยี่ยมจริงๆ แล้วหน้าตาก็ดีเสียด้วย ผมคงจีบสาวได้ง่ายขึ้นเยอะเลย ผมแทบจะทนรอคอยวันที่ออกไปใช้ร่างใหม่นี่ไม่ไหวแล้ว มันต้องสุดยอดแน่ๆ

ความคิดทั้งหมดหยุดชะงักลงเมื่อผมพบว่าทางเดินที่ผมเดินอยู่มีอะไรแปลกไป พยาบาลสาวคนที่ผมเพิ่งเดินสวนมาเหมือนจะยืนอยู่กับที่มาสักพักนึงแล้ว ทั้งๆ ที่คนอื่นยังเดินอยู่ตามปกติ

ผมหันหลังกลับไปมองเห็นน้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม

หนึ่งสัปดาห์หลังจากวันฟื้น

ผมกำลังจะออกจากโรงพยาบาล ผมกำลังจะได้ใช้ร่างใหม่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว แต่ผมกลับรู้สึกไม่เป็นสุขเอาซะเลย หลังจากผมรู้เรื่องจากพยาบาลสาวคนนั้น

เธอบอกผมว่า ร่างกายใหม่ของผมนั้นคือร่างของแฟนของเธอเอง หนึ่งเดือนก่อนกิจการของเขาล้มละลาย ทำให้ครอบครัวสูญเสียรายได้หลัก แถมยังมีหนี้สินล้นพ้นเกินกว่าจะใช้หมด และยังมีลูกที่ต้องดูแล แฟนของเธอจึงตัดสินใจขายร่างกายของตัวเองไป ค่าตัวของเขามากพอที่จะใช้หนี้ทั้งหมดและเลี้ยงครอบครัวไปได้อีกพักใหญ่ๆ แต่แน่นอนว่าข้อมูลในสมองของเขาต้องถูกล้างออกทั้งหมดเพื่อให้ผู้ใช้บริการไมนด์ อัพโหลดดิงนำข้อมูลของเขาเข้ามาใส่แทน... ซึ่งคนนั้นก็คือผมเอง

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาผมคิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย แต่ผมลืมไปว่ายังไม่มีใครสร้างร่างกายมนุษย์ใหม่ที่สมบูรณ์พร้อมใช้งานได้ เพราะร่างกายมนุษย์จะใช้งานได้สมบูรณ์นั้นต้องผ่านการใช้งาน เพื่อฝึกให้กล้ามเนื้อในร่างกายอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ดังนั้นร่างกายที่มีให้ใช้บริการนี้ ก็ต้องเป็นร่างที่เคยมีเจ้าของมาก่อนแล้ว

ผมพบว่ายิ่งมีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้น นวัตกรรมที่ผู้คนที่คิดค้นเรียกมันว่านวัตกรรมแห่งมวลมนุษยชาตินั้น จริงๆ แล้วมันเป็นเพียงนวัตกรรมของคนกลุ่มนึงเท่านั้น เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มช่องว่างของตัวเองให้ห่างออกจากคนอื่นไปอีกขั้นเท่านั้น

ถึงตอนนี้ผมคงทำอะไรเพื่อชดใช้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้แล้ว สิ่งเดียวที่ผมยังทำได้คือทำตามคำขอสุดท้ายที่พยาบาลสาวคนนั้นขอไว้กับผม... ใช้ร่างกายของเขาให้คุ้มค่าที่สุด

ปล.

ประเด็นเรื่องไมนด์ อัพโหลดดิง นี่มีจริงๆ นะ เรื่องนี้ได้ไอเดียมาจาก goooople ตอนพรีเซนต์เรื่องนี้ในคาบสัมมนา มีประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ให้เขียนเรื่องได้เยอะเหมือนกัน แต่สังเกตดีๆ เรื่องนี้ไม่มีบทพูดเลยครับ เพราะว่าอารมณ์คนเขียนมันไม่ไปตามตัวละคร โดยเฉพาะตรงฉากพยาบาลร้องไห้ จริงๆ อยากเขียนให้สองคนนั่นคุยกันมากกว่า แต่ว่าผมไม่รู้จะเขียนบทพูดตอนคนเสียใจยังไงดี เลยข้ามซะเลย 555

ถ้าสนใจรายละเอียดเพิ่มเรื่องไมนด์ อัพโหลดดิงนี่ก็ลองค้นจากกูเกิลเพิ่มดูนะครับ เพราะผมมั่นใจว่าในเรื่องนี้มีที่ผิดแน่ๆ :P

ยังไงก็ขอคำแนะนำด้วยนะคร้าบ

เปิดบล็อก

posted on 21 Aug 2009 23:29 by champjss  in misc

บางคนอาจจะมาที่นี่หลังจากอ่านเอนทรีปิดบล็อกมาหมาดๆ

จริงๆ ผมมีบล็อกที่ Exteen แล้วอันนึงที่เปิดไว้สี่ปีกว่าๆ แล้ว เพิ่งจะตัดสินใจเลิกเขียนที่นั่นไปและสมัครใหม่ที่นี่ตอนเดือนมิถุนายน แต่ไม่ได้เขียนอะไรให้คนอื่นรู้จนถึงเมื่อกี้นี้ที่ไปเขียนเอนทรีปิดบล็อกเก่ามา

สาเหตุไม่มีอะไรมากกว่า มีแต่คนบ่นว่าชื่อผู้ใช้เก่าผม ch_a_m_p มันพิมพ์ยาก ต้องกดปุ่ม Shift ตั้งสามครั้ง ส่วนผมก็มีปัญหาหลายอย่าง ทั้มีคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนอื่นบ่อยๆ แถมบางที่ใช้ขีดล่างไม่ได้ก็ต้องหาทางหลบอีกจนมั่วไปหมด

เดือนมิถุนาที่ผ่านมาผมเลยตัดสินใจใช้ชื่อ champjss ชื่อเดียว ชื่อนี้คิดได้ตอนเรียนแล็บเน็ตเวิร์กปีสามเทอมสอง มันต้องสมัครแอคเคานท์เรียน CCNA แล้วต้องกรอกเมล ผมก็เกิดอาการอยากสมัครเมลใหม่เอาไว้รับเมลสำคัญๆ ขึ้นมา (เมลเก่าเต็มไปด้วยเมลขยะและฟอร์เวิร์ดเมลวันละ 50+ ฉบับ...) ก็เลยต้องคิดชื่ออีเมลใหม่เดี๋ยวนั้น

ชื่ออะไรดี... มองหน้าขึ้นมาเห็น อ.ชัยพร... แล้วเมลอาจารย์ก็ใช้ชื่อว่า cpj ที่ย่อมาจากชื่อกับนามสกุลอาจารย์ (ตอนนี้อาจารย์ไม่ได้ใช้เมลนั้นแล้ว)... งั้นก็ champjss แล้วกัน เล่นง่ายดีนะ     

ทีนี้พอจะเปลี่ยนชื่อแล้วก็ต้องมาไล่ตัดสินใจว่าแล้วแอคเคานต์เก่าๆ จะทำยังไง ก็มีหลายแบบ

  • อย่าง Hi5 นี่ปล่อยไปเลย เพราะไม่ใช้แล้ว
  • พวก Flickr, Delicious, Slideshare เพิ่งใช้ไปหน่อยเดียว ลบทิ้งสมัครใหม่ก็ไม่ตาย

พวกที่มีปัญหาตกอยู่กับของที่ใช้มานานแล้ว พวกเว็บบอร์ดก็ต้องเปลี่ยนดิสเพลย์เนมเอา แล้วต้องจำไว้ว่าใช้ชื่อเดิมล็อกอิน

อีกที่ก็คือบล็อกที่ Exteen นี่เอง แต่พอคิดไปคิดมา ถ้าลืมไปซะว่าสมัครมาแล้วสี่ปี อย่างอื่นไม่ค่อยสำคัญเลย

  • คนอ่านที่เคยตามๆ อ่านอยู่ตอนเริ่มเขียนก็หายไปหมดแล้ว
  • คนอ่านใหม่ก็ไม่มีเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่หลงจากกูเกิลเข้ามามากกว่า
  • เอนทรีที่เขียนไว้ก็ไม่ได้ดีจนน่าเก็บไว้ ต่อให้มันหายไปก็ไม่เสียดาย (ยกเว้นเอนทรีเรื่องสั้นเรื่องแรกในชีวิต เดี๋ยวอันนั้นต้องคัดลอกไว้)

ก็เลยปิดบล็อกนั้นซะเลย แล้วก็ เขียนที่นี่แทนคร้าบ

เพื่อนๆ บางคนคงงงว่าเขียนที่ไหนแน่ ผมเขียนสองที่นะคร้าบ ที่นี่จะเขียนเรื่องทั่วๆ ไป ส่วนอีกที่ (champjss.in.th) จะเขียนแต่เรื่องคอมพิวเตอร์ล้วนๆ คร้าบ เพราะว่าถ้าเอามาเขียนรวมกัน คนอ่านคงหายหมดแน่ๆ เลยต้องแยกตามกลุ่มเป้าหมายนิดนึง...

สุดท้ายก็ โปรดติดตามตอนต่อไปครับ :)

edit @ 21 Aug 2009 23:52:02 by champjss

Categories