ตีความ พรบ.คอม

posted on 20 Apr 2011 00:08 by champjss in random-thoughts directory Knowledge

ช่วงนี้อยู่ๆ ข่าวร่าง พรบ.คอมพิวเตอร์ ฉบับใหม่ก็โผล่ขึ้นมา พร้อมกับความตื่นตระหนกของใครหลายๆ คนว่ามันช่าง

  • ออกมารวดเร็วทันใจ ยังไม่ทันได้อ่านเลยก็เกือบจะเข้า ครม. ซะแล้ว
  • เนื้อหาชวนปวดหัว กำกวม ยังกับจะเดินไปตามถนนแล้วชี้หน้าใครให้ผิดก็ได้

พอดีคืนนี้มี @lewcpe และ @rtsp มาตีความร่าง พรบ. ฉบับนี้กัน ทีนี้ปรากฎว่าหลังจากตั้งสติแล้วอ่านกันหลายๆ คนแล้ว ตีความได้ต่างจากที่เคยมีการตีความกันออกสื่อไป ก็เลยเอามาลงไว้ให้มาเถียงกันนะครับ

(แชทล็อกตัวจริงอ่านไม่รู้เรื่องแน่ๆ ก็เลยสรุปที่คุยกันมาเลยนะครับ)

ผู้ดูแลระบบคือใครกันแน่

ประเด็นชวนเสียวหลักๆ อย่างนึงของร่างนี้คือการเพิ่มโทษให้กับตัวละครใหม่ นั่นคือ "ผู้ดูแลระบบ" ซึ่งหลายคนตีความว่าอาจซวยกันทั่วหน้า ตั้งแต่เว็บมาสเตอร์ แอดมินที่ดูแลฟอรัม หรือแม้แต่คนเขียนบล็อก

แต่พอลองตีความจริงจังแล้ว เว็บมาสเตอร์ไม่ได้เกี่ยวในประเด็นนี้ครับ ก่อนอื่นเราจะดูนิยามของผู้ดูแลระบบกันซะก่อน

"ผู้ดูแลระบบ" หมายความว่า ผู้มีสิทธิเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการแก่ผู้อื่นในการ
เข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น

ทีนี้สังเกตว่า มันมีคำว่า ระบบคอมพิวเตอร์ อีก เราเลยต้องตามไปดูนิยามของคำว่าระบบคอมพิวเตอร์อีกที (เริ่มรู้สึกเหมือนกำลังดีบั๊กโปรแกรมอยู่ชอบกล...)

"ระบบคอมพิวเตอร์" หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดในลักษณะคล้ายกัน

สังเกตว่า ระบบคอมพิวเตอร์ คือ "ฮาร์ดแวร์ (ตัวเครื่อง) ที่ลงซอฟต์แวร์ไว้แล้ว"

ดังนั้นคำว่า ผู้มีสิทธิ์เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ จะหมายถึง คนที่มีสิทธิ์เข้าถึงเครื่อง (เช่น ล็อกอินเพื่อเข้าใช้เครื่อง) เท่านั้น ส่วนคนที่เข้าถึงโปรแกรมบนระบบคอมพิวเตอร์อีกที (เช่น ล็อกอินเป็นแอดมินในเว็บบอร์ด) จะไม่ถือว่าเป็นผู้ดูแลระบบ

ถ้าการตีความนี้ถูกต้อง คำว่า ผู้ดูแลระบบ จะไม่ตีขลุมมากอย่างที่เข้าใจกันนะครับ

มีโปรแกรมไว้ก็ผิดกฎหมายแล้ว?

ประเด็นนึงที่ร้อนมาก คือการใช้ หรือมีโปรแกรมที่กำกวมว่าอาจใช้เป็นประโยชน์ก็ได้ เป็นโทษก็ได้ แล้วจะผิดกฎหมาย (เช่น บิตทอร์เรนต์, โปรแกรมดักจับข้อมูลเพื่อทดสอบเครือข่าย)

ก่อนอื่นก็ต้องดูมาตรานั้นกันซะก่อน

มาตรา 23 ผู้ใดผลิต จำหน่าย จ่ายแจก ทำซ้ำ มีไว้ หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ชุดคำสั่ง หรืออุปกรณ์ที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดตามมาตรา 15 มาตรา 16 มาตรา 17 มาตรา 18 มาตรา 19 และมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับมาตราต่อเนื่องนี่ขออธิบายบางอันแบบภาษาชาวบ้านนะครับ

  • มาตรา 16 ห้ามก๊อบไฟล์ซี้ซั้วจนคนอื่นเดือดร้อน
  • มาตรา 17 ห้ามดักข้อมูลของคนอื่นมาแอบดู
  • มาตรา 20 ห้ามก่อกวนหรือพังเครื่องคนอื่นเล่น

ทีนี้มาตรา 23 เลยถูกจับตามองว่าครอบจักรวาลมากเกินไป คือเครื่องมืออะไรที่ใช้ทำให้ผิดอย่างข้างบนนี้ได้จะเข้าข่ายหมด เช่น บิตทอร์เรนต์ (เพราะว่าก๊อบไฟล์ผิดลิขสิทธิ์ได้), โปรแกรมดักจับข้อมูลเพื่อทดสอบระบบ หรือโปรแกรมพวกพรอกซี (เพราะดักข้อมูลของคนอื่นได้)

แต่จริงๆ แล้ว ตั้งแต่มาตรา 15-20 นั้นมีคำว่า "โดยมิชอบ" ติดอยู่ทุกมาตรา นั่นแปลว่าตราบใดที่การใช้โปรแกรมพวกนี้ชอบด้วยกฎหมาย (ไม่เกรียนนั่นเอง) ก็ยังไม่ผิดอยู่ดี

จุดที่เป็นปัญหาจริงๆ คือการให้คนที่ "มี" โปรแกรมพวกนี้อยู่นั้นผิดด้วย ตรงนี้ก่อนอื่นต้องตั้งมาตรฐานของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก่อนว่ามันเหมือน "มีด" หรือว่า "ปืน" (มีดทำประโยชน์ได้โดยไม่ทำร้ายใคร แต่ปืนนั้นประโยชน์ของมันต้องทำร้ายใครซักคน)

ในเมื่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นเป็น "มีด" ก็ไม่ควรที่จะห้ามไม่ให้มีไว้ ซึ่งทำให้เกิดความลำบากและกลั่นแกล้งกันได้ น่าจะเป็นปัญหามากกว่าเป็นประโยชน์

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่านี่เป็นการตีความของคนแค่สามคน ดังนั้นคิดเห็นยังไงก็คอมเมนต์กัน และช่วยกันดูการออก พรบ. นี้นะครับ เพราะมันกระทบการใช้อินเทอร์เน็ตของเรา และปากท้องของใครหลายๆ คน (เช่นผมเป็นต้น :p)

Comment

Comment:

Tweet

ขอนอกเรื่องแล้วสาดน้ำ :P

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#2 By tikyon on 2011-04-20 01:30

นอกเรื่อง:
สาดน้ำได้อยู่นี่นา ขอเล่นหน่อยละกัน อิอิ ขันน้ำ

#1 By champjss on 2011-04-20 01:13